จีนออกกฎห้ามเที่ยวใต้หวันเอง ระแวงเห็นแบบอย่างประชาธิปไตย

จีนออกกฎห้ามเที่ยวใต้หวันเอง ระแวงเห็นแบบอย่างประชาธิปไตย

จีนออกกฎห้ามเที่ยวใต้หวันเอง ระแวงเห็นแบบอย่างประชาธิปไตย

จีน-ไต้หวัน สัมพันธ์ทั้งสองชาติยังคงเป็นปัญหา หลังจาปักกิ่งประกาศห้ามประชาชนเดินทางเที่ยวไทเปเอง หวั่นลุกฮือแข็งข้อหลังจากได้เห็นแบบอย่างประชาธิปไตยของใต้หวัน ท่ามกลางความตึงเครียดของทั้งสองชาติที่ยังคงไม่มีทีท่าจบลง

โดยทางกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีน ก็ได้ออกแถลงการณ์สั่งห้ามประชาชนชาวจีน หยุดการเดินทางออกไปท่องเที่ยวผักผ่อนในไต้หวันด้วยตนเอง นับตั่งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมาก ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดของสาธารณรัฐจีน (ใต้หวัน) กับกับสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีนแผ่นดินใหญ่)

นักท่องเที่ยวต้องเดินทางเป็นคณะทัวร์ ส่วนนักธุรกิจก็ยังคงเดินทางไปใต้หวันได้

กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีน จะงดการออกใบอนุญาตเดินทางไปไต้หวันประเภทบุคคลจำนวน 47 เมืองในจีน แต่หากชาวจีนมีความสงค์เดินทางไปท่องเที่ยวใรไต้หวันก็จะต้องไปเป็นคณะทัวร์เท่านั้น ส่วนการเดินทางเพื่อธุรกิจทางการของจีนก็ยังคงอนุญาติตามปกติ

สำหรับชาวไต้หวันที่ต้องการเดินทางไปจีนนั้น ก็ต้องดำเนินการทำ “สมุดไถเปาเจิ้ง” หรือพาสสปอร์ตขออนุญาติแบบพิเศษให้เรียบร้อยก่อน เช่นเดียวกับชาวจีนที่ต้องการเดินทางไปเยือนไต้หวัน ก็ต้องทำสมุดเดินทางแบบพิเศษ หรือที่เรียกว่า “หลีสิงเจิ้ง”

ทั้งนี้ มาตรการห้ามชาวจีนเดินทางไปท่องเที่ยวไต้หวันด้วยตนเองนั้น ได้เริ่มต้นนำมาใช้ตั่งแต่ปี 2011 แต่มาตราการดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะ 3 เมืองใหญ่ของจีนเท่านั้น คือ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซียะเหมิน ก่อนจะทำการขยายเพิ่มจำนวนเป็น 47 เมืองทั่วประเทศจีน ในช่วงระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา

เหตุผลสำคัญ ที่จุดฉนวนความตึงเครียดของจีนและใต้หวันให้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

โดยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ความตึงเครียดดระหว่างจีนแผ่นเดินใหญ่และไต้หวันนั้น ก็ได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งเรื่อย ๆ ภายหลังจากที่ไต้หวันทำการจัดซื้ออาวุธและยุทโธปกรณ์จากสหรัฐเป็นมูลค่ามากกว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประกอบกับท่าทีแข็งกร้าวของประธานาธิบดี “ไช่อิงเหวิ่น” ของไต้หวัน ที่มีท่าทีสนับสนุนการแยกตัวเป็นเอกราชจากจีน ซึ่งไต้หวันก็ได้เตรียมการจัดให้มีเลือกตั้งทั่วไปภายในปีหน้านี้ ทางด้านนักวิเคราะห์บางฝ่ายได้มองว่า จีนอาจไม่ต้องการให้ประชาชนเห็นแบบอย่างประชาธิปไตยจากไต้หวันในช่วงเลือกตั้ง จึงได้ออกมาตราการห้ามชาวจีนเดินทางไปไต้หวันด้วยตนเอง

นอกจากนี้ ในช่วงปีที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในไต้หวันก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จึงสามารถมองได้อีกมุมว่าทางการจีนต้องการสั่งสอนรัฐบาลไต้หวัน ในการลดจำนวนนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของไต้หวันมากนัก

ประกอบกับช่วงปีที่่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จึงอาจมองได้ว่าจีนต้องการสั่งสอนรัฐบาลไต้หวันในการลดจำนวนนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ได้ส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวในไต้หวันมากนัก เพราะยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศที่ได้เดินทางมาเยือนไต้หวันมากขึ้นเช่นกัน.